สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
สิ่งมีชีวิตในทะเลมีทั้งที่อาศัยอยู่ในมวลน้ำ (pelagic organisms)
และอาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเล (benthic organism)โดยพบว่า
ในกลุ่มแรกจะคิดเป็น 2% ส่วนในกลุ่มที่สองมีถึง 98 % ของสัตว์
ทะเลทั้งหมด
1) Pelagic organisms แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1.2) Plankton เป็นสิ่งมีชีวิตที่ล่องลอยอยู่ในน้ำไม่สามารถว่ายน้ำได้ เราสามารถจำแนกประเภทได้หลายวิธีคือ
• แบ่งตามขนาด ได้แก่
- nanoplankton มีขนาดเล็กที่สุดคือน้อยกว่า 1-10 ไมโครเมตร- microplankton ขนาดตั้งแต่ 0.076-1 มิลลิเมตร
- mesoplankton มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าขนาด 1 มิลลิเมตร-1 เซนติเมตร
- macroplankton มีขนาดใหญ่ที่สุดคือตั้งแต่ 1 เซนติเมตรขึ้นไป
• แบ่งตามความเป็นพืชหรือสัตว์ ได้แก่
- phytoplankton เป็นพืชขนาดเล็กที่สามารถสังเคราะห์แสงได้ จัดเป็น primary producer- zooplankton ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ ส่วนใหญ่กิน phytoplnkton เป็นอาหาร
• แบ่งตามลักษณะการดำรงชีวิต ได้แก่
- meroplankton ดำรงชีวิตเป็น plankton ชั่วคราวได้แก่ตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่น ลูกกุ้ง และลูกปลา- holoplankton เป็น plankton ตลอดวงจรชีวิตเป็นประชากรส่วนใหญ่ทั้งหมดในน้ำ
Phytoplankton พบอยู่ทั้งแบบเดี่ยว ๆ และอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม (colony) รูปร่างมีได้หลายแบบอาจเป็นรูปทรงกลม หรือสี่เหลี่ยม บางชนิดต่อกันเป็น chain ในการจำแนกชนิดต้องศึกษาลักษณะของเซลล์ ขนาด โครงสร้าง รูปร่าง องค์ประกอบของผนังเซลล์ chloroplast ซึ่งมีคลอโรฟิลล์ a,b , carotene และ xanthophyll อยู่ภายใน เป็นต้น ความสำคัญของ phytoplankton ก็คือ จัดเป็น primary production, เป็น mineralization ทำให้เกิดสมดุลของธาตุอาหารในทะเล และควบคุมความเป็นกรดด่างของน้ำทะเลเป็นต้น
ในการจำแนก phytoplankton นั้นจะแบ่งออกเป็น
- Division Cyanophyta หรือไซยาโนแบคทีเรีย ลักษณะเด่นคือเป็นพวก procaryoteเช่นเดียวกับแบคทีเรีย แต่มีกระบวนการสังเคราะห์แสงในเซลล์ผลผลิตที่ได้มีออกซิเจนรวมอยู่ด้วย ชนิดที่พบบ่อยในทะเลคือ Oscillatoria (เดิมคือสกุล Trichodesmium)
- Division Chlorophyta (Green algae) จะพบค่อนข้างน้อยส่วนใหญ่จะพบในน้ำจืดมากกว่าในน้ำทะเล ลักษณะที่สำคัญ ๆ คือมี chloroplast เห็นได้ชัดเจน มีหลายรูปร่าง สาหร่ายกลุ่มนี้มีขนาดตั้งแต่เล็กมากจนถึงขนาดใหญ่ มีรูปร่างหลายแบบ ตัวอย่างของสาหร่ายในกลุ่มนี้ ๆ ได้แก่ Chlamydomanas, Chlorella และ Volvox เป็นต้น
- Division Chromophyta มีสมาชิกมากถึง 9 คลาส เซลล์ปกติมีทั้งเคลื่อนที่ได้และเคลื่อนที่ไม่ได้ เซลล์ของสาหร่ายในดิวิชันนี้มักมีสีเหลืองหรือสีน้ำตาลได้แก่ น้ำตาลแกมเหลือง น้ำตาลแกมทอง เหลืองแกมเขียว กลุ่มที่สำคัญคือ diatom ซึ่งผนังเซลล์จะประกอบด้วยสารพวก silica ตัวอย่างเช่น Chaetoceros, Skeletonema, , Pleurosigma, Nitzschia และ Navicula เป็นต้น dinoflagellate ซึ่งมีลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยว ๆ มี flagella 2 เส้นยื่นออกมาจากจุดใกล้เคียงกัน อันหนึ่งจะยื่นออกไปตามแนวยาว อีกอันหนึ่งจะยื่นไปด้านข้างของช่องลำตัวตัวอย่างที่สำคัญ ๆ ได้แก่ Gymnodinium, Ceratium, Dinophysis, Alexandrium เป็นต้น
Zooplankton ประกอบด้วยสัตว์ที่เป็นกลุ่มของ plankton ชั่วคราวและตลอดชีวิต พบตั้งแต่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำพวก protozoa จนถึง chordate พวกที่เป็น plankton อย่างถาวร (holoplankton) ได้แก่
- Phylum Protozoa ได้แก่ Foraminifera ซึ่งมีเปลือกที่เป็นสารประกอบพวกแคลเซียมคาร์บอเนต พบมากในทะเลเขตอบอุ่นเมื่อตายลงจะตกตะกอนทับถมเป็น ooze กลุ่มที่สอง ได้แก่ Radiolarian ซึ่งมีเปลือกเป็นสารประกอบพวกซิลิกา เมื่อตายลงจะทับถมเป็น ooze เช่นเดียวกัน กลุ่มที่สามคือ Tintinnids ซึ่งมีเปลือกเป็นสารประกอบพวก chitin และมักจะมีเม็ดทรายเล็ก ๆ หุ้มตามเปลือก
- Phylum Coelenterata เป็น zooplankton ขนาดใหญ่มีเข็มพิษเพื่อใช้ในการป้องกันตัวตัวอย่างของสัตว์ในกลุ่มนี้ ก็คือแมงกะพรุน
- Phylum Ctenophore มีลักษณะคล้ายแมงกะพรุนแต่ไม่มีเข็มพิษ มีแถบคล้ายซี่หวีตามแนวยาวของลำตัวเรียกว่าหวีวุ้น (Pleurobranchia)
- Phylum Arthropoda สัตว์ในไฟลัมนี้กลุ่มที่เป็น holoplankton จัดว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจและมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศในทะเล ตัวอย่าง เช่น copepod และเคย (krill)
- Phylum Chaetognatha (arrow worm) มีปริมาณมากและมีการแพร่กระจายไปทั่วโลก ใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ลักษณะของมวลน้ำได้ บางครั้งอาจพบลำตัวยาวถึง 1 นิ้ว
1.3) Nekton เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ได้อย่างเป็นอิสระด้วยตัวเอง ไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของมวลน้ำ ได้แก่ปลา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล หมึก เป็นต้น โดยพวกที่เป็น carnivorous จะว่ายน้ำเพื่อหาอาหาร และหลบภัยจากศัตรูโดยไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งอาหารเสมอไป บางครั้งอาจมีการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานได้เพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ หรือเพื่อการผสมพันธุ์ ในกรณีของปลาพวกที่อยู่บริเวณผิวหน้าน้ำหรือกลางน้ำจะเรียกว่า pelagic fish ส่วนปลาที่อาศัยบริเวณหน้าดินเช่น ปลาลิ้นหมา โรนิน กระเบน หรือ Halibut จะเรียกว่า demersal fish
2) Benthic organisms
คือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าดินหรือตามพื้นทะเล สามารถแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ ๆ คือ
2.1) Benthic animals
หรือ marine benthos หมายถึงสัตว์ทะเลที่มีกระดูกสันหลัง หรือไม่มีกระดูกสันหลัง ที่หากินและอาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเลหรือมีความเกี่ยวข้องกับพื้นท้องทะเล รวมถึงพวกที่อาศัยอยู่ในดิน สัตว์ในกลุ่มนี้มีมากมายและหลายชนิดมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่นกุ้ง ปู ปลาเป็นต้น เราสามารถได้ดังนี้
• แบ่งตามที่อยู่- epifauna อาศัยอยู่บนพื้นท้องทะเลซึ่งอาจเป็นดิน หิน หรือโคลนก็ได้ บางครั้งอาจรวมถึงปลาหน้าดินที่หากินในบริเวณดังกล่าวด้วย
- infauna เป็นสัตว์ที่ฝังตัวหรือขุดรูอยู่บริเวณใต้พื้นทะเล• แบ่งตามขนาด- Macrofauna มีขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 0.5 มม. ขึ้นไป
- Microfauna มีขนาดตั้งแต่ 0.5-2 มม.
- Meiofauna มีขนาดเล็กมากคือประมาณ 63 ไมครอนถึง 0.5มม.• แบ่งตามลักษณะการกินอาหาร- Herbivore พวกกินพืชเป็นอาหาร เช่นหอยฝาเดียวบางชนิดที่มีฟันในการขูดแทะ (grazing) สาหร่ายขนาดเล็กที่เกาะอยู่ตามหินบางครั้งอาจเรียกว่า grazer เช่นหอยฝาเดียวชนิด Echinolittorinid sp.
- Carnivore เป็นพวกที่กินสัตว์เป็นอาหาร เช่นหอยฝาเดียวบางชนิดเช่น Thais sp. หรือหอยมะระ ซึ่งจะกินหอยนางรมและเพรียงโดยจะมีน้ำย่อยที่สามารถย่อยแคลเซียมคาร์บอเนตที่เปลือกของเหยื่อ
- Filter feeder and suspension feeder เป็นพวกที่กินอาหารที่แขวนลอยอยู่ในมวลน้ำ โดยจะมีอวัยวะหรือระยางค์ที่ทำหน้าในการดักจับหรือกรองซึ่งอาจเป็นหนวด หรือเหงือก เช่นหอยนางรม หอยแมลงภู่ เพรียง
- Scavenger เป็นพวกที่กินอินทรียสารที่ตายแล้วเป็นอาหาร, Detritus feeder กินซากพืชซากสัตว์ แบคทีเรีย หรือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เกาะอยู่บนซากพืชซากสัตว์
- Deposit feeder พวกนี้จะกินอาหารที่ตกตะกอนบริเวณพื้นท้องทะเล โดยจะมีขบวนการย่อยและดูดซึมอินทรียสารจากตะกอนเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย
กลุ่มของสัตว์ทะเลหน้าดินประกอบด้วยสัตว์ในไฟลัมต่าง ๆ ดังนี้
- Porifera คือฟองน้ำต่าง ๆ โดยดำรงชีวิตเป็น sessile (เกาะอยู่กับที่) ส่วนใหญ่จะอยู่ตามซอกหินในแนวปะการัง
- Coelenterata ได้แก่ ดอกไม้ทะเล, zooanthid, ปะการังแข็ง ปะการังอ่อน, กัลปังหา เป็นต้น
- Plantyhelminthes เป็นพวกหนอนตัวแบนที่อยู่ตามสาหร่าย หรือซอกปะการัง รูปร่างคล้ายใบไม้ สามารถปรับสีของตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
- Nematean หรือพวกหนอนริบบิ้น มีลักษณะคล้ายหนอนตัวแบนแต่จะมีความยาวมากกว่าบางชนิดอาจยาวถึง 2 เมตร มีส่วนที่คล้ายงวง (probosis) ช่วยในการจับเหยื่อ มีหลายสีพบทั้งที่อาศัยอยู่ในดินและอยู่ตามซอกหิน
- Aschelminthes ส่วนใหญ่จะเป็น meiofauna ที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน
- Annelida ได้แก่พวก polychaete (ไส้เดือนทะเล), หนอนฉัตร บางชนิดสร้างท่อไว้อยู่อาศัย
- Arthropoda ส่วนใหญ่จะเป็น crustacean เช่นกุ้ง กั้ง ปู เป็นสัตว์ทะเลหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
- Mollusca ประกอบด้วยหอยต่างๆทั้งฝาเดียว สองฝา รวมถึงหมึกที่หากินอยู่บริเวณพื้นท้องทะเล เช่นหมึกกล้วย และหมึกกระดองเป็นต้น
- Branchiopoda ได้แก่หอยปากเป็ด ซึ่งมีเปลือกและฝาคล้ายหอย แต่มีส่วนของ stalk ซึ่งจะช่วงในการฝังตัว
- Echinodermata มีทั้งกลุ่มที่กินพืชโดยการขูดแทะเช่นเม่นทะเล กินตะกอน (deposit feeder) เช่นปลิงทะเลและดาวเปราะ และเป็นผู้ล่า เช่น ดาวทะเล
- Bryozoa มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่เป็นกลุ่ม สามารถสร้างหินปูนปกคลุมตัวได้คล้ายกับปะการัง มีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆมักเกาะติดกับก้อนหิน
- Chordata ได้แก่ปลาชนิดต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าดิน และรวมถึงเพรียงหัวหอม และ amphioxus
2.2) Benthic plant
หรือ benthic algae แบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกันคือ
• สาหร่ายที่เกาะติดกับ substrate แข็ง มักเกาะอยู่ตามหิน หรือพื้นทรายที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำขึ้นน้ำลงเช่น macroalgae หรือ seaweed ทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นสาหร่ายสีเขียว น้ำตาล และแดง บางชนิดจะอาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น• สาหร่ายเซลเดียวบางชนิดที่อาศัยอยู่บนพื้นดินที่อ่อนนุ่ม เช่น blue-green algae, euglena และ benthic diatom เป็นต้น• พืชมีดอก ส่วนใหญ่จะอยู่ในที่ลุ่มน้ำเค็ม (salt marsh) และแนวหญ้าทะเล พวกนี้จะไม่ถูกกินโดยสัตว์ทะเล มีบทบาทสำคัญในการรักษาแร่ธาตุในดินตัวอย่างของ benthic algae ที่สำคัญ ๆ ได้แก่- Division Cyanophyta เป็นพืชชั้นต่ำพวก eucaryote สามารถตรึงไนโตรเจนในอากาศได้ อาจมีรูร่างเป็นเซลล์เดี่ยว ๆ หรือต่อกันเป็นสาย พบในไม้ และดินที่ชื้นแฉะที่รู้จักกันดีคือ spirulina ซึ่งเป็นสาหร่ายที่มีโปรตีนสูงใช้เป็นอาหารเสริม
- D. Chlorophyta ที่รู้จักกันดีคือสาหร่ายไส้ไก่ (Enteromorpha) และสาหร่ายพวงองุ่น (Caulerpa)
- D. Phaeophyta (brown algae) ได้แก่ Padina และ Sargassum ซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย
- D. Rhodophyta (red algae) ที่รู้จักกันดีได้แก่ Acanthophora, Gracilaria และ Porphyra หรือจีฉ่ายซึ่งนำมาเป็นอาหารได้
จัดทำโดย
1. นายคณิศร ใจหาญ เลขที่ 5
2. นายอภิรักษ์ กมล เลขที่ 17
3. นางสาวรุ่งรวี รุ่งบุรี เลขที่ 22
4. นางสาวหฤทัย วงศ์ยะยากย์ เลขที่ 23
5. นางสาวชรินทร์ทิพย์ ทองราช เลขที่ 24
6. นางสาวธิดา โลระลุน เลขที่ 34
7. นางสาวมุกดา สีสด เลขที่ 35
โรงเรียนรัตนบุรี
เสนอ
คุณครู ไพทูล หาดคำ